การเมืองไทย-อเมริกา ผ่านสายตา “แทมมี ดักเวิร์ธ”

เมื่อพูดถึงหนึ่งในสาวแกร่ง ที่เข้ามามีบทบาทในสังคมการเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกา และตัวเธอเองก็มีเชื้อสายไทยอยู่ครึ่งหนึ่งด้วย โดยเธอคงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากพันโทหญิง ‘ลัดดา แทมมี ดักเวิร์ธ’ เธอเป็นนักการเมืองหญิงชาวอเมริกันเชื้อสายไทยคนแรก ที่ได้เข้าไปทำงานในสภาคองเกรสอีกครั้ง ก่อนหน้าที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง เธอก็เป็นทหารหญิงสุดแกร่ง ที่ผ่านสมรภูมิรบอันดุเดือดในอิรักมาแล้วและจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ก็ทำให้เธอต้องเสียขาทั้ง 2 ข้างไป แต่ถึงแม้จะเสียขาไป แต่จิตใจของเธอก็ยิ่งเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น และได้อุทิศตัวเข้ามาทำงานในรัฐสภา เพื่อเป็นสิทธิ์เป็นเสียงให้แก่ประชาชน สัมภาษณ์ ‘ลัดดา แทมมี ดักเวิร์ธ’ หลังจากที่ผ่านการสัมภาษณ์ ก็ปรากฏพบว่า แทมมี่พยายามที่จะสื่อสารภาษาไทยอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าจะพูดได้อย่างไม่คล่องแคล่วเท่าไหร่นัก เนื่องจากว่าเธอจบจากโรงเรียนภาษาไทย เพียงแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เท่านั้นเอง โดยเธอได้ให้สัมภาษณ์ว่า ในขณะนี้ประเทศไทย กำลังมีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมาก เพราะมีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย และเธอก็ยังมีความหวังว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ กับประเทศไทยในทุกระดับนั้น จะค่อยๆ กลับคืนฟื้นฟูขึ้นมาดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเศรษฐกิจ และการลงทุน เพราะเมื่อไหร่ก็ตาม ที่การเมืองไทยนั้นกลับมามีเสถียรภาพ มีความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจจากประเทศสหรัฐ ก็จะมีเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย และเธอก็ยังกล่าวอีกว่า เหล่านักการเมืองทั้งหลาย จะต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่า นักการเมืองคือผู้รับใช้ของประชาชน หรือในภาษาไทยก็คือข้าราชการ ซึ่งเป็นผู้ที่ทำงานให้แก่ประชาชน และรับเงินเดือนที่มาจากภาษีของประชาชน...

สหรัฐแสบหลอกใช้ชาวเคิร์ดและหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า

US-deceived-using-Kurdish-people-news-site

ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา Donald trump ได้มีคำสั่งให้ถอนกำลังทางทหาร ออกมาจากบริเวณพื้นที่ทางตอนเหนือของซีเรีย ซึ่งเป็นอาณาบริเวณติดต่อกับชายแดนตุรกี ในวันที่ 7 ตุลาคม 2019 โดยเป็นการเปิดช่องทางให้เกิดความสะดวก ให้กองทัพตุรกีบุกเข้ายึดครองในบริเวณดังกล่าวได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยอาณาเขตตรงจุดนี้ เป็นพื้นที่ยึดครองของกองกำลังชาวเคิร์ดที่อยู่ในซีเรียอีกทั้งยังเป็นสถานที่สหรัฐอเมริกากำลังยึดครองอยู่ สหรัฐหลอกใช้ชาวเคิร์ด ! ไม่ว่าทางสหรัฐจะยกอ้างเหตุผลอันใดขึ้นมา หากแต่การถอนทหารดังกล่าวก็เห็นกันอยู่ว่า การกระทำเช่นนี้ คือ การทอดทิ้งกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรีย ซึ่งในอดีตเคยเป็นพันธมิตรร่วมกันแบบหลังชนฝา กับทหารอเมริกันพร้อมทำการสู้รบ , ปราบปรามกองกำลังของไอซิสแบบแท้จริง นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่สุด คือ แล้วหลังจากนี้จะทำอย่างไรกับนักโทษไอซิสที่เป็นชาวยุโรปอีกจำนวนกว่า 5,000 คน จำนวนนี้ยังไม่นับรวมถึงครอบครัวของนักโทษไอซิสอีกหมื่นคนขึ้นไป ! โดยล้วนแล้วแต่เป็นพลเมืองของประเทศในยุโรปแทบทุกประเทศทั้งสิ้น และประเทศเหล่านี้ต่างก็ออกมาปฏิเสธในการยอมรับประชากรไม่ว่าจะเป็นนักรบก็ตาม หรือครอบครัวของนักรบเหล่านี้ก็ตาม ไม่ยินดีอ้าแขนรับกองกำลังไอซิสของประเทศของตนกลับประเทศ ปัจจุบันนี้กองกำลังชาวเคิร์ด กำลังรับผิดชอบการคุมขังนักโทษไอซิสรวมทั้งครอบครัวของพวกเขาอยู่ มาทำความรู้จักกับชาวเคิร์ดกันหน่อย โดยชนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในโซนอินโด-ยูโรเปียน เฉกเช่นเดียวกับชาวอิหร่าน หากแต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ทั้งชาวอาหรับและชาวเคิร์ด โดยประชากรชาวเคิร์ดในตะวันออกกลางมีจำนวนมากถึง 40 ล้านคน ซึ่งพบได้ทั่วไปในประเทศตุรกี ซีเรีย อิรักและอิหร่าน จัดว่าเป็นกลุ่มคนที่มีใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งไม่มีประเทศเป็นของตนเอง ย้อนไปหลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ประเทศของชาวเคิร์ดก็ได้รับการต่อตั้งขึ้นมา ภายใต้ชื่อว่า...

ทรัมป์ โดนศาลสหรัฐฯ ตัดสินไม่มีสิทธิ์ไล่บล็อกผู้วิจารณ์ใน Twitter

Trump-was-settled-by-the-court-news-site

 วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 ศาลอุทธรณ์เขต 2 ของสหรัฐฯ ได้ออกมาเผยคำตัดสินที่ประชาชนต่างเฝ้ารอว่า ประธานาธิบดี Donald Trump ไม่มีสิทธิ์ปิดช่องทางในการรับความเห็นบนบัญชี Twitter ของตัวเอง โดยบัญชี Twitter ของเขามีผู้ติดตามมากกว่า 60 ล้านคนเลยทีเดียว ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เขต 2 มติเป็นเอกฉันท์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เขต 2 ณ Manhattan ได้เผยให้เห็นถึงคำตัดสิน ด้วยจำนวนการโหวต 3-0 ว่าการไล่บล็อกผู้วิจารณ์ทาง Twitter ของประธานาธิบดี Donald Trump เป็นการขัดกับรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ บทแก้ไขที่ 1 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ใช้ Twitter ของตัวเอง ในการประกาศนโยบายรวมทั้งเผยแพร่วาระต่างๆ อีกทั้งยังใช้เป็นเครื่องมือโจมตีฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอๆ  ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดจากการที่ประธานาธิบดี Donald Trump ถูกยื่นฟ้องในฐานะตัวแทนของผู้ใช้ Twitter 7 คนที่ถูกประธานาธิบดี...