ทรัมป์ลั่น โลกร้อนเป็นเรื่องโกหก ถอนตัวจากข้อตกลงป้องกันโลกร้อนปารีส

Trump is_heating up a lie

       ฮือฮากันตั้งแต่ครั้งสมัครเข้ารับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในเรื่องนโยบายที่สุดโต่ง หลังจากที่ได้รับชัยชนะเป็นประธานาธิบดีเต็มตัวก็ยังฮือฮาเรื่องจะพาประเทศไปรอดไหม จากนั้นมาก็มีข่าวออกมาเรื่อยๆ ล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนล่าสุดของสหรัฐอเมริกาได้สร้างเรื่องฮือฮาอีกครั้ง เมื่อประกาศถอนตัวประเทศสหรัฐอเมริกาออกจากการเป็นสมาชิกข้อตกลงป้องกันโลกร้อนปารีส ครั้งที่ 21

America_web

       จากการประชุมสุดยอดผู้นำชาติอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ชาติที่ประเทศอิตาลีครั้งล่าสุด และที่ประชุมองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโตที่ประเทศเบลเยียม นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า สหรัฐปฏิเสธที่จะลงนามแก้ไขสภาพวิกฤติทางอากาศหรือภาวะโลกร้อน ตามข้อตกลงปารีสล่าสุด ทำให้แถลงการณ์จุดยืนแก้ไขภาวะโลกร้องกลุ่มเบนจีครั้งนี้มีเพียง 6 ประเทศเท่านั้น โดยทรัมป์ได้กล่าวว่านโยบายนี้ไม่ให้ประโยชน์และความเป็นธรรมอะไรกับประเทศสหรัฐอเมริกาเลย อีกทั้งเห็นว่าเรื่องโลกร้อนนี้เป็นเรื่องโกหกที่ถูกสร้างมาหาผลประโยชน์ทั้งสิ้น สหรัฐอเมริกาจะกลับเข้าไปอีกครั้งก็ต่อเมื่อมีการทบทวนนโยบายใหม่ให้เป็นธรรมมากขึ้น จับต้องได้มากขึ้นเท่านั้น ทั้งทางการเศรษฐกิจ แรงงานและเงินภาษี เมื่อตกลงกันไม่ได้ประเทศสมาชิกจึงต้องยอมจำนนในการถอนตัวของสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้

America_website

       โดยต่อไปนี้นั้น สหรัฐอเมริกาจะยุติการจ่ายเงินสมทบกองทุนพิเศษแห่งนี้ที่มีข้อกำหนดไว้ว่า ประเทศที่ร่ำรวยอันดับต้นๆ ของโลกจะต้องช่วยบริจาคเงิน เพื่อช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนาที่ประสบกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก แน่นอนว่าทั่วโลกมีการประณามการกระทำของทรัมป์ในครั้งนี้ว่าเป็นการเห็นแก่ตัว ไม่มีมนุษยธรรมต่อเพื่อนมนุษย์เป็นอย่างมาก เพราะภาวะโลกร้อนก็เห็นกันอยู่แล้วว่าก่อให้เกิดผลอย่างไรตามมา ประเทศที่ประสบปัญหาเหล่านั้นก็มีหลักฐานให้เห็นกับตามากมาย ได้รับความเดือดร้อนทั้งแก่ชีวิตและทรัพย์สิน เกิดความอดอยาก ยากไร้ คำพูดของทรัมป์ที่ว่าภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องที่กุขึ้นมา เพื่อขอรับบริจาคเงินนั้นค่อนข้างจะรุนแรงต่อความรู้สึกของคนทั่วโลก

America_website_

       ทรัมป์กล่าวทิ้งท้ายอย่างเจ็บแสบว่า ข้อตกลงนี้โหดร้ายและสร้างภาระทางการเงินให้กับสหรัฐอเมริกาอย่างมาก แทนที่จะได้นำเงินเหล่านี้ไปพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรือง ไปช่วยประชาชนของตนเองให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกับต้องมาละลายเงินก้อนโตให้กับประเทศอื่นๆ โดยที่สหรัฐอเมริกาไม่ได้รับอะไรกลับมาเลยแม้แต่น้อย อย่างนี้ถือว่าเป็นการบังคับ สหรัฐอเมริกาไม่เต็มใจที่จะกระทำการตามนโยบายนี้ต่อไป ขออำนาจอธิปไตยคืนกลับมาให้กับสหรัฐอเมริกาเองจะดีกว่า หากมีการร่างข้อตกลงขึ้นมาใหม่ที่เอื้อประโยชน์ให้สหรัฐอเมริกาเขาอาจจะพิจารณาการกลับเข้าไปใหม่อีกก็เป็นได้